Baby Milk

วันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2562

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 10
วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2562
⏰ เวลา 10.00-11.00 น.

    
           🌼 บันทึกการเรียนรู้
วันนี้อาจารย์ได้ให้นักศึกษามานำเสนอความคืบหน้าของโครงการต่อจากสัปดาห์ที่แล้วผลการสำรวจความพึงพอใจในการจัดโครงการ ได้ผลสรุปหัวข้อ "โภชนาการและอาหารสำหรับเด็กปฐมวัย" กลุ่มของดิฉันจึงตั้งชื่อโครงการ "โภชนาการตามวัย เด็กรุ่นใหม่ใส่ใจสุขภาพ" และอาจารย์ได้ให้นักศึกษาส่งแผ่นพับตามหน่วยที่ตนเองเลือกที่อาจารย์ได้สั่งจากสัปดาห์ที่แล้ว


❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤

แผ่นพับ "หน่วยฝนจ๋า"




🌼 การประเมินผล

ประเมินอาจารย์ : อาจารย์เข้าสอนตรงต่อเวลา และได้ให้คำปรึกษากับนักศึกษา
ประเมินตนเอง  : เข้าเรียนตรงต่อเวลา แต่งกายเรียบร้อย และได้พบอาจารย์เพื่อนำเสนอความคืบหน้าของโครงการ
ประเมินอาเพื่อน : เพื่อนๆเข้าเรียนตรงเวลา
บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 9
วันพฤหัสบดี ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2562
⏰ เวลา 10.00-11.00 น.

    
           🌼 บันทึกการเรียนรู้

วันนี้อาจารย์ได้ให้นักศึกษามารับอุปกรณ์เพื่อนำไปทำบอร์ดและนำไปจัดเตรียมการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองในแต่ละกลุ่ม อุปกรณ์มีดังนี้
  • กระดาษสี
  • เทปกาว
  • ของตกแต่ง
  • ฟิวเจอร์บอร์ด


และอาจารย์ได้ให้แต่ละกลุ่มมาปรึกษา และพูดคุยถึงความคืบหน้าของโครงการ



🌼 การประเมินผล

ประเมินอาจารย์ : อาจารย์เข้าสอนตรงต่อเวลา แจกอุปกรณ์ให้กับนักศึกษาและให้คำปรึกษากับนักศึกษา
ประเมินตนเอง  : เข้าเรียนตรงต่อเวลา แต่งกายเรียบร้อย และได้พบอาจารย์เพื่อรับคำปรึกษาความคืบหน้าของโครงการ
ประเมินอาเพื่อน : เพื่อนๆเข้าเรียนตรงเวลา
บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 8
วันพฤหัสบดี ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2562
⏰ เวลา 09.00-11.30 น.

    
           🌼 บันทึกการเรียนรู้

     วันนี้อาจารย์ได้ให้นักศึกษาแต่ะกลุ่มนำเสนอวิจัยการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองที่แต่ละกลุ่มได้รับมอบหมาย 
กลุ่มของดิฉันหัวข้อวิจัยเรื่อง  "การส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยผู้ปกครองผ่านชุดกิจกรรมสนุกกับลูก"
การศึกษา : ระดับมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ปีที่ทำวิจัย : สิงหาคม2556
ผู้วิจัย :  บุษยมาศ ผึ้งหลวง

🍟 วัตถุประสงค์ของการวิจัย
        1. เพื่อศึกษาระดับทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยเมื่อได้รับการส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยผู้ปกครองผ่านชุดกิจกรรม "สนุกกับลูกรัก"
2. เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยรวมและจำแนกรายทักษะก่อนและหลังการส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์โดยผู้ปกครองผ่านชุดกิจกรรม “ สนุกกับลูกรัก” 
3. เพื่อเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยรวมและจำแนกรายทักษะก่อนและหลังการส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยผู้ปกครองผ่านชุดกิจกรรม "สนุกกับลูกรัก"
🍟 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
       1. เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและโรงเรียน 
       2. เพื่อพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยให้เกิดการพัฒนาทางสติปัญญา ด้านทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย โดยใช้ชุดกิจกรรมและเป็นแนวทางสำหรับครู
       3. เพื่อเป็นแนวทางของการให้ความรู้กับผู้ปกครอง เพื่อให้ผู้ปกครองตระหนักถึงบทบาทของตนเองในการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัยต่อไป
🍟 ขอบเขตของการวิจัย
กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา
    กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือเด็กปฐมวัยชาย-หญิงอายุ 4-5 ปีที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 ของโรงเรียนวัดฝั่งแดด (บุญสืบวิชชนูปถัมภ์) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยาเขต 1 ซึ่งทางโรงเรียนวัดฝั่งแดด (บุญสืบวิชชนูปถัมภ์) ได้จัดการศึกษาระดับปฐมวัย แบ่งออกเป็น 2 ชั้นเรียนคือ ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1 และชั้นอนุบาลปีที่ 2 แต่ละระดับชั้นเรียนมี 1 ห้องเรียน ดังนั้นการศึกษาวิจัยครั้งนี้จึงเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง 1 ห้องเรียนจำนวน 20 คน และผู้ปกครองของกลุ่มที่ศึกษาดังกล่าว
🍟 ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย
1. ตัวแปรอิสระ คือ ชุดกิจกรรม “สนุกกับลูกรัก”
2. ตัวแปรตาม คือ ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย
       2.1 ด้านการจัดหมวดหมู่
       2.2 ด้านการเปรียบเทียบ
       2.3 ด้านการรู้ค่าจำนวน 1-10
       2.4 ด้านการเรียงลำดับ
🍟 นิยามศัพท์เฉพาะ
     1. เด็กปฐมวัย หมายถึง เด็กชาย-หญิง อายุระหว่าง 4-5 ปี ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 ของโรงเรียนวัดผึ่งแดด (บุญสืบวิชชนูปถัมภ์) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1
     2. ผู้ปกครอง หมายถึง พ่อ แม่ ญาติพี่น้อง บุคคลอื่นที่อยู่ใกล้ชิดกับเด็กหรือผู้ให้อุปการะเลี้ยงดู อบรม เอาใจใส่ ให้ความรัก ตลอดจนให้การศึกษากับเด็ก ซึ่งเป็นกลุ่มตัวอย่าง
     3. ชุดกิจกรรมสนุกกับลูกรัก หมายถึง เอกสารให้ความรู้แก่ผู้ปกครองและกิจกรรมที่ผู้ปกครองปฏิบัติร่วมกับเด็ก เพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย พร้อมทั้งบันทึกผลการทำกิจกรรมและการตอบคำตอบของเด็ก โดยใช้ชื่อว่า ชุดกิจกรรม “สนุกกับลูกรัก” มีทั้งหมด 8 ชุด ประกอบด้วย
ชุดที่ 1 คณิตศาสตร์กับสิ่งต่างๆรอบตัว
ชุดที่ 2 คณิตศาสตร์กับสิ่งแวดล้อมรอบตัว
ชุดที่ 3 คณิตศาสตร์กับธรรมชาติรอบตัว
ชุดที่ 4 คณิตศาสตร์กับของใช้ใกล้มือ
ชุดที่ 5 คณิตศาสตร์กับเครื่องแต่งกาย
ชุดที่ 6 คณิตศาสตร์กับเงินทองของมีค่า
ชุดที่ 7 คณิตศาสตร์กับของเหลือใช้
ชุดที่ 8 คณิตศาสตร์กับเกม
🍟 สมมติฐานในการวิจัย
     หลังจากการส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์โดยผู้ปกครองผ่านชุดกิจกรรม “สนุกกับลูกรัก” เด็กปฐมวัยมีการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์และจำแนกรายทักษะสูงขึ้น
🍟 วิธีดำเนินการวิจัย
     กลุ่มตัวอย่างครั้งนี้คือเด็กปฐมวัยชาย-หญิงอายุ 4-5 ปีที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 ของโรงเรียนวัดผึ่งแดด(บุญสืบวิชชนูปถัมภ์)ได้จัดการศึกษาระดับปฐมวัยแบ่งออกเป็น 2 ชั้นเรียนคือระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1 และชั้นอนุบาลปีที่ 2 แต่ละระดับชั้นเรียนมี 1 ห้องเรียนดังนั้นการศึกษาวิจัยครั้งนี้จึงเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง 1 ห้องเรียนจำนวน 20 คนและผู้ปกครองของกลุ่มที่ศึกษาดังกล่าวเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
🍟 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
1. ชุดกิจกรรมสนุกกับลูกรัก จำนวน 8 ชุด 
2. แบบทดสอบเชิงปฏิบัติทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย
🍟 วิธีการดำเนินการวิจัย
  1. ขอบเขตของการวิจัย
  2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
  3. การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
  4. แบบแผนการทดลองและวิธีการดำเนินการทดลอง
  5. การเก็บรวบรวมข้อมูล
  6. การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์เคราะห์ข้อมูล
🍟 การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
1. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์คุณภาพเครื่องมือ
    1.1.หาค่าความเที่ยงตรง รายข้อด้วยการคำนวณความสอดคล้องระหว่างแบบทดสอบกับจุดประสงค์ (บุญเชิด ภิญโญอนันตพงษ์. 2545:95) โดยใช้สูตร

🍟 สรุปผลการวิจัย
       1. ระดับทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยหลังการได้รับการส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยผู้ปกครองผ่านชุดกิจกรรม“สนุกกับลูกรัก” โดยรวมอยู่ในระดับดีมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 17. 45 เมื่อพิจารณาจำแนกรายทักษะพบว่าทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยด้านการเรียงลำดับการเปรียบเทียบการรู้ค่าจำนวน 1-10 และการจัดหมวดหมู่อยู่ในระดับดีโดยมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4. 65, 4. 30, 4. 30 และ 4. 20 ตามลำดับ 
2. ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยหลังการได้รับการส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยผู้ปกครองผ่านชุดกิจกรรม“สนุกกับลูกรัก” มีทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์โดยรวมและจำแนกรายทักษะประกอบด้วยการจัดหมวดหมู่การเรียงลำดับการรู้ค่าจำนวน 1 – 10 และการเรียงลำดับสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ. 01 โดยก่อนการทดลองมีค่าเฉลี่ยเป็น 12. 90 คะแนนหลังการทดลองมีค่าคะแนนเฉลี่ยเป็น 30. 35 คะแนนมีค่าผลต่างคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 17. 45 คะแนน 3. ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยหลังการได้รับการส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยผู้ปกครองผ่านชุดกิจกรรม“ สนุกกับลูกรัก” เมื่อพิจารณาโดยใช้แผนภูมิรูปภาพแล้วพบว่าเด็กปฐมวัยทุกคนมีพัฒนาการทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์โดยรวมและจำแนกรายทักษะสูงขึ้นกว่าก่อนการทดลอง
       3. ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยหลังการได้รับการส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยผู้ปกครองผ่านชุดกิจกรรม“ สนุกกับลูกรัก” เมื่อพิจารณาโดยใช้แผนภูมิรูปภาพแล้วพบว่าเด็กปฐมวัยทุกคนมีพัฒนาการทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์โดยรวมและจำแนกรายทักษะสูงขึ้นกว่าก่อนการทดลอง
🍟 ข้อเสนอแนะทั่วไป 
1.ชุดกิจกรรม “สนุกกับลูก”  ส่วน1ที่ให้ความรู้ผู้ปกครองเกี่ยวกับพัฒนาการของเด็กปฐมวัยเกี่ยวกับการส่งเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ส่วนที่ 2 “กิจกรรมคุณหนู” เป็นวิธีการปฏิบัติกิจกรรมร่วมกันกับผู้ปกครองกับเด็กเสริมทักษะในเรื่องใกล้ตัว เช่น เครื่องแต่งกาย ของเล่น เป็นต้น ส่วนที่ 3 “บันทึกผู้ปกครอง” เป็นส่วนของการพูดคุย และบันทึกผลการทำกิจกรรมร่วมกัน ระหว่างผู้ปกคองและเด็ก
2. การมีส่วนร่วมส่งเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัยของผู้ปกครอง หากมีแนวทางอื่นๆให้ผู้ปกครองได้เข้ามามีส่วนร่วม เช่น การประชุมผู้ปกครอง กิจกรรมเยี่ยมบ้านนักเรียน  เป็นต้น
🍟 ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป
1.ควรมีการศึกษาผลของการใช้ชุดกิจกรรมการให้ความรู้ผู้ปกครอง 
2.ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่ผู้ปกครองใช้ชุดกิจกรรมการให้ความรู้ผู้ปกครองคนใดคนหนึ่ง
3.ศึกษาผลของการใช้ชุดกิจกรรมที่ส่งเสริมความสามารถในด้านอื่นๆ
🍟 ตัวอย่างกิจกรรมที่ให้ความรู้แก่ผู้ปกครอง

🍩 ภาพกิจกรรม




🌼 การประเมินผล

ประเมินอาจารย์ : อาจารย์เข้าสอนตรงต่อเวลา และให้คำแนะนำวิจัยแก่นักศึกษาดีค่ะ
ประเมินตนเอง  : เข้าเรียนตรงต่อเวลา แต่งกายเรียบร้อย นำเสนอวิจัยช่วยเพื่อนค่ะ
ประเมินอาเพื่อน : เพื่อนๆตั้งใจนำเสนอวิจัย

วันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2562

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 7
วันพฤหัสบดี ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2562
⏰ เวลา 09.00-11.30 น.

    
           🌼 บันทึกการเรียนรู้
บทที่ 5 รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองในสถานศึกษา
💗 คำศัพท์
Weekly news               ข่าวสารประจำสัปดาห์
Newsletter                   จดหมายข่าว
Bulletin board             ป้ายนิเทศ
Conversation               การสนทนา
Exhibition                   นิทรรศการ
Parent Guide              คู่มือผู้ปกครอง
Meeting                      การประชุม
booklet                       จุลสาร
Parents Corner           มุมผู้ปกครอง
Parent library             ห้องสมุดผู้ปกครอง

รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองระดับชั้นเรียน
🐬 ข่าวสารประจำสัปดาห์

🐬 จดหมายข่าวและกิจกรรม
     เป็นการนำเสนอความรู้ให้แก่ผู้ปกครอง ในชั้นเรียนให้รับรู้ถึงข่าวสารและกิจกรรมที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ในการพัฒนาเด็ก โดยจัดส่งให้ผู้ปกครองในทุกสัปดาห์หรือตามความเหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ สิ่งที่นำเสนอในจดหมายข่าวและกิจกรรมอาจจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องดังนี้
- ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับเด็กและผู้ปกครอง
- กิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการสำหรับผู้ปกครอง เช่น นิทาน ศิลปะ ภาษา ฯลฯ
- ความรู้สำหรับผู้ปกครอง ฯลฯ
🐬  โครงการ พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในเด็กไทย


🐬 ป้ายนิเทศให้ความรู้ผู้ปกครอง
    จัดเพื่อให้ความรู้แก่ผู้ปกครองอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งสามารถจัดได้บริเวณหน้าชั้นเรียนของทุกห้องเรียน โดยนำข้อมูลความรู้ที่จำเป็นสำหรับผู้ปกครอง จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย เช่น
 - ข้อมูลจากนิตยสาร หนังสือพิมพ์ วารสาร
-  เกร็ดความรู้หรือสาระน่ารู้สำหรับผู้ปกครอง
- ภาพถ่ายกิจกรรมในชั้นเรียน
- ผลงานแห่งความภาคภูมิใจ
- กิจกรรมในโอกาสพิเศษ เช่น ทัศนศึกษา การแสดงในวันปีใหม่ ฯลฯ




🐬 การสนทนา
    เป็นรูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองที่เข้าถึงและตรงมากที่สุด การสนทนาเป็นแนวทางหนึ่งของการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีเพื่อผู้ปกครอง และช่วยในการให้ความรู้ผู้ปกครองเป็นไปได้อย่างราบรื่น โดยมีวัตถุประสงค์ในการสนทนาดังนี้
- เพื่อให้ครูและผู้ปกครองได้มีโอกาสพบปะพูดคุยและแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาเด็ก
- เพื่อให้ผู้ปกครองเข้าใจถึงแนวทางการดำเนินงานของโรงเรียน
- เพื่อให้ครูและผู้ปกครองได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมเด็กขณะที่อยู่ที่โรงเรียนและที่บ้าน

รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองระดับสถานศึกษา
🍟 ห้องสมุดผู้ปกครอง
     เป็นสถานที่เก็บรวบรวมข้อมูลเอกสารต่างๆ อันเป็นแหล่งเรียนรู้ อีกรูปแบบหนึ่งของการให้บริการเผยแพร่ความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร ความเคลื่อนไหวหรือการเปลี่ยนแปลงที่ทันสมัยสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครอง เพื่อให้ผู้ปกครองได้มีความรู้ความเข้าใจในการดำเนินงานของสถานศึกษา การอบรมเลี้ยงดู การส่งเสริมพัฒนาการเด็ก การจัดการศึกษา ซึ่งจะช่วยให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันและส่งผลต่อการจัดการศึกษาของสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพ
🍟 ป้ายนิเทศ
     ที่จัดเพื่อให้ความรู้และข้อมูลข่าวสารแก่ผู้ปกครองทั้งสถานศึกษา ลักษณะของป้ายประกอบด้วย ภาพ ตัวอักษร ของจริง แผนภูมิ สถิติ ฯลฯ ป้ายนิเทศจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ดังนี้

- ข้อมูลการดำเนินงานของโรงเรียน เช่น ปรัชญา นโยบาย วัตถุประสงค์ ฯลฯ
- ข่าวสารประจำวันจากหนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสาร ฯลฯ
- ข่าวของสถานศึกษา เช่น การประชุม สัมมนา กิจกรรมต่างๆ
- ประกาศต่างๆ ของทางโรงเรียน เช่น วันหยุด นัดประชุมฯลฯ
- ข่าวสารบริการต่างๆ เช่น แนะนำสถานศึกษา ข้อมูลกิจกรรมของเด็ก
- กิจกรรมของสถานศึกษา เช่น กิจกรรมวันครู วันพ่อ วันแม่ ฯลฯ
- ป้ายสำหรับผู้ปกครองในการแสดงความคิดเห็น


🍟 นิทรรศการ
  เป็นรูปแบบที่เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ประชาสัมพันธ์กิจกรรมของสถานศึกษาให้แก่ผู้ปกครองได้อย่างกว้างขวางรูปแบบหนึ่งด้วยการใช่สื่อหรืออุปกรณ์หลายชนิดในการถ่ายทอดและเผยแพร่ความรู้ ข้อมูลข่าวสารเช่น ภาพเขียน ภาพถ่าย สถิติ หุ่น ผลงานเด็ก ภาพยนตร์ วีดีโอและซีดีซึ่งมีรูปแบบของนิทรรศการที่สามารถจัดได้ในสถานศึกษาดังนี้

- นิทรรศการเพื่อการประชาสัมพันธ์
- นิทรรศการเพื่อให้ความรู้
- นิทรรศการเพื่อความบันเทิง


🍟 มุมผู้ปกครอง
     เป็นบริเวณที่สถานศึกษาจัดให้บริการแก่ผู้ปกครองในระหว่างการเยี่ยมชมโรงเรียน การรอรับ-ส่งเด็ก หรือพบปะสังสรรค์ระหว่างผู้ปกครองหรือครู เป้าหมายสำคัญของการจัดมุมผู้ปกครอง คือ 

- เพื่อให้ผู้ปกครองได้ใช้เวลาว่างระหว่างการรอรับ-ส่งเด็ก ให้เกิดประโยชน์ด้วยการอ่านหนังสือ ฯลฯ
- เป็นบริเวณที่ให้ผู้ปกครองได้สนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ระหว่างผู้ปกครองด้วยกัน
- เพื่อผู้ปกครองและเด็กได้ทำกิจกรรมร่วมกันตามความเหมาะสมในระยะเวลาสั้นๆ เช่น อ่านหนังสือ ดูภาพกิจกรรมของเด็ก ชมผลงานเด็ก ฯลฯ

🍟 การประชุม
    เป็นกิจกรรมหลักของสถานศึกษาที่สามารถใช้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารหรือให้ความรู้แก่ผู้ปกครองได้ดีที่สุด ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินงานของถานศึกษาบรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมาย จุดประสงค์ของการจัดประชุมผู้ปกครองมีดังนี้
- เพื่อแถลงนโยบายการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
- แลกเปลี่ยนทัศนคติระหว่าสถานศึกษากับผู้ปกครอง
- แจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินงาน
- ประสานงานและทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง
- สร้างความสามัคคีระหว่างผู้ปกครองกับครู
- พัฒนาความรู้ความเข้าใจกับผู้ปกครองเกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็ก การจัดการศึกษา ฯลฯ
🍟 จุลสาร
    เป็นลักษณะของสิ่งพิมพ์ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในทุกๆ ด้าน ให้แก่ผู้ปกครองได้รับทราบความเคลื่อนไหวและเพื่อประชาสัมพันธ์ เนื้อหาในจุลสารจะประกอบไปด้วย 4 ส่วน คือ ส่วนของบรรณาธิการ  เรื่องราวของเด็กๆ บทความรู้ และเบ็ดเตล็ด การจัดทำจุลสารเพื่อให้มีความน่าสนใจ โดยพิจารณาดังนี้
- เนื้อหาความรู้ที่นำเสนอ - จัดทำรูปเล่มให้น่าสนใจ
- ภาพประกอบมีสีสันสวยงาม - ภาษาไม่ควรจะเป็นวิชาการมากเกินไป
- ควรมีคอลัมน์สำหรับผู้ปกครอง

🍟 คู่มือผู้ปกครอง
     เป็นเอกสารที่ให้ความรู้ผู้ปกครองได้รับทราบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษา โดยจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มเหมือนหนังสือทั่วไป ข้อมูลในคู่มือผู้ปกครองประกอบไปด้วย
- ปรัชญาและเป้าหมายของสถานศึกษา
- หลักสูตรและการจัดประสบการณ์
- บุคลากรเพื่อแสดงให้เห็นถึงความรู้ความสามารถ
- อาคาร สถานที่ สภาพแวดล้อม
- การจัดบริการและสวัสดิการต่างๆ
- กฎ ระเบียบ และแนวปฏิบัติ สำหรับผู้ปกครองได้ทราบโดยทั่วกัน
- การวัดและประเมินผล

🍟 ระบบอินเทอร์เน็ต
     เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร เวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ใช้เพื่อการเรียนการสอน และเวิลด์ไวด์เวป  (WWW.)  การใช้อินเทอร์เน็ตในการให้ความรู้ผู้ปกครองนับเป็นบริการด้านหนึ่งที่สถานศึกษาสามารถจัดทำในรูปแบบ เวิลด์ไวด์เวป  บริการให้ความรู้ผู้ปกครองผ่านระบบอินเทอร์เน็ตที่สถานศึกษาบรรจุลงในเว็บไซด์ สามารถให้ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับ
- ข้อมูลเกี่ยวกับสถานศึกษา
- สาระความรู้ที่เป็นประโยชน์สำหรับเด็ก
- กิจกรรมสำหรับผู้ปกครองและเด็ก
- กิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข่าวสาร ข้อมูล
- คำถามของผู้ปกครอง 
 - เครือข่ายสถานศึกษาที่เกี่ยวข้อง




💗 คำถามท้ายบท
1. รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองระดับชั้นเรียน ครูประจำชั้นควรพิจารณาในการเลือกใช้รูปแบบใดบ้าง จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง

ตอบ  - การสนทนา เพราะการสนาเป็นรูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองที่เข้าถึงและตรงมากที่สุด การสนทนาเป็นแนวทางหนึ่งของการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีเพื่อผู้ปกครอง และช่วยในการให้ความรู้ผู้ปกครองเป็นไปได้อย่างราบรื่น เช่น วันประชุมผู้ปกครอง มีการพูดคุยสนทนากับผู้ปกครองในเรื่องต่างๆของเด็ก การพบประพูดคุยเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาเด็ก เป็นต้น
         - ป้ายนิเทศให้ความรู้ผู้ปกครอง เพราะสามารถจัดได้บริเวณหน้าชั้นเรียนของทุกห้องเรียน โดยนำข้อมูลความรู้ที่จำเป็นสำหรับผู้ปกครอง จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย เช่น ป้ายการสอนหัวข้อเรื่องนวัตกรรมทางการศึกษา เป็นต้น

2. รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองระดับสถานศึกษามีรูปแบบใดบ้าง จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
ตอบ  - ห้องสมุดผู้ปกครอง เป็นสถานที่เก็บรวบรวมข้อมูลเอกสารต่างๆ อันเป็นแหล่งเรียนรู้ อีกรูปแบบหนึ่งของการให้บริการเผยแพร่ความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร ความเคลื่อนไหวหรือการเปลี่ยนแปลงที่ทันสมัยสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครอง เพื่อให้ผู้ปกครองได้มีความรู้ความเข้าใจในการดำเนินงานของสถานศึกษา 
        - ป้ายนิเทศ จัดเพื่อให้ความรู้และข้อมูลข่าวสารแก่ผู้ปกครองทั้งสถานศึกษา ลักษณะของป้ายประกอบด้วย ภาพ ตัวอักษร ของจริง แผนภูมิ สถิติ ฯลฯ 
        - นิทรรศการ เป็นรูปแบบที่เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ประชาสัมพันธ์กิจกรรมของสถานศึกษาให้แก่ผู้ปกครองได้อย่างกว้างขวางรูปแบบหนึ่งด้วยการใช่สื่อหรืออุปกรณ์หลายชนิดในการถ่ายทอดและเผยแพร่ความรู้ ข้อมูลข่าวสารเช่น ภาพเขียน ภาพถ่าย สถิติ หุ่น ผลงานเด็ก ภาพยนตร์ วีดีโอ
       - การประชุม เป็นกิจกรรมหลักของสถานศึกษาที่สามารถใช้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารหรือให้ความรู้แก่ผู้ปกครองได้ดีที่สุด 
       - จุลสาร เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในทุกๆ ด้าน ให้แก่ผู้ปกครองได้รับทราบความเคลื่อนไหวและเพื่อประชาสัมพันธ์
       - คู่มือผู้ปกครอง เอกสารที่ให้ความรู้ผู้ปกครองได้รับทราบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษา 
       - ระบบอินเทอร์เน็ต เครื่องมือในการสื่อสาร เวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ใช้เพื่อการเรียนการสอน และเวิลด์ไวด์เวป  (WWW.)  

3. นักศึกษามีวิธีการหรือแนวทางแก้ปัญหาผู้ปกครองที่ไม่ให้ความร่วมมือในการเข้าร่วมโครงการหรือกิจกรรมให้ความรู้ผู้ปกครอง จงอธิบาย
ตอบ   ควรมีจดหมายแจ้งผู้ปกครองหรือแบบตอบรับผู้ปกครองให้ทราบล่วงหน้าถึงการเข้าร่วมโครงการหรือกิจกรรมให้ความรู้ผู้ปกครอง
4. การจัดกิจกรรมการให้ความรู้ผู้ปกครองมีความสำคัญและจำเป็นอย่างไร     จงอธิบาย
ตอบ  การจัดกิจกรรมการให้ความรู้ผู้ปกครองมีความสำคัญและจำเป็น คือ จะทำให้ผู้ปกครองได้รับความรู้ ข้อมูลข่าวสารเพิ่มขึ้น ทำให้เข้าใจถึงเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องในตัวเด็ก เช่น พัฒนาการของเด็กในแต่ละวัยต้องได้รับสารอาหารเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอต่อตัวเด็ก เมื่อผู้ปกครองได้ความรู้จากการกิจกรรมนั้นผู้ปกครองก็สามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้
5. รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองที่มีประสิทธิภาพ มีลักษณะของรูปแบบอย่างไร จงอธิบายพร้อมแสดงความคิดเห็น
ตอบ  การสนทนา เป็นรูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองที่เข้าถึงและตรงมากที่สุด การสนทนาเป็นแนวทางหนึ่งของการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีเพื่อผู้ปกครอง และช่วยในการให้ความรู้ผู้ปกครองเป็นไปได้อย่างราบรื่น ได้พบปะพูดคุยกับผู้ปกครองโดยตรง

📷 ภาพกิจกรรมในห้องเรียน



🌼 การประเมินผล

ประเมินอาจารย์ : อาจารย์เข้าสอนตรงต่อเวลา และให้ความรู้นักศึกษาดีค่ะ
ประเมินตนเอง  : เข้าเรียนตรงต่อเวลา แต่งกายเรียบร้อย ตั้งใจฟังอาจารย์ มีแอบคุยกับเพื่อนบ้างบางครั้ง ^^
ประเมินอาเพื่อน : เพื่อนๆตั้งใจเรียนดีค่ะ

วันเสาร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2562

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 6
วันพฤหัสบดี ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2562
⏰ เวลา 09.00-11.30 น.


           🌼 บันทึกการเรียนรู้
                       บทที่ 4 โครงการการให้ความรู้ผู้ปกครองในและต่างประเทศ
💗 คำศัพท์
Book start                                   โครงการหนังสือเล่มแรก
Picture book                                หนังสือภาพ
Mother and Child Clinic             คลินิกครอบครัวแม่และเด็ก
Almoner                                      นักสังคมสงเคราะห์
Early Childhood Center              ศูนย์เด็กปฐมวัย
Baby Health Center                    ศูนย์สุขภาพเด็ก
Correct behavior                          แก้ไขพฤติกรรม
Initial health checkup                 การตรวจสุขภาพเบื้องต้น
Parents as Teachers Program     โครงการพ่อแม่ในฐานะครู
Participation of parents               การมีส่วนร่วมของพ่อแม่ 


โครงการ การให้ความรู้แก่ผู้ปกครองในประเทศไทย
💕 โครงการ แม่สอนลูก
- ดำเนินการโดยกรมการฝึกหัดครู กระทรวงศึกษาธิการ
- จัดสำหรับเด็กที่ด้อยโอกาส โดยให้มารดาเป็นผู้สอนเองที่บ้าน
- ใช้วิธีการแนะนำให้รู้จักใช้ทักษะ รู้จักคิดและเรียนรู้มโนทัศน์ด้านต่างๆ
- ใช้รูปแบบการทดลองสอนแม่เพื่อสอนลูกที่บ้าน โดยอาศัยรูปแบบโครงการการเยี่ยมบ้านของประเทศอิสราเอล
- มารดามีความพอใจในกิจกรรม มีความรู้ความเข้าใจและสามารถส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆเพิ่มขึ้น
- เนื้อหากิจกรรมในโปรแกรมนี้ เป็นกิจกรรมปฏิสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูก
- ดำเนินการโดยศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จ.อุบลราชธานี
- เป็นโครงการทดลองหารูปแบบในการให้ความรู้แก่กลุ่มสตรีแม่บ้านในชุมชน ได้นำแนวทางของโปรงแกรม Hippy Program ของประเทศอิสราเอล
- เน้นให้ผู้ปกครองมีความพร้อมก่อนส่งลูกเข้าเรียน แม่จะส่งเสริมเด็กด้านต่างๆ เช่น ภาษา การพัฒนากล้ามเนื้อ และสติปัญญา
- มีการบันทึกผลและการปฏิบัติรวมทั้งการเปลี่ยนแปลงของแม่และลูก

💕 โครงการ พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในเด็กไทย
        ดำเนินงานโดยสำนักสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต เป็นโครงการที่มุ่งเร่งพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็กและเยาวชนไทย โดยผลักดันให้ครอบครัวมีส่วนร่วมที่สำคัญ ด้วยการจัดทำชุดองค์ความรู้และเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในเด็กและเยาวชนไทย เพื่อให้พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถนำไปปฏิบัติใช้ได้จริง ประกอบด้วย

- แบบสังเกตความคิดสร้างสรรค์ในเด็กสำหรับพ่อแม่

- คู่มือความรู้และการจัดกิจกรรมพัฒนาความคิดสร้างสรรค์

- หลักสูตรการเลี้ยงลูกให้มีความคิดสร้างสรรค์

- ซีดีการเรียนรู้ด้วยตนเองเรื่อง  “การเลี้ยงลูกให้มีความคิดสร้างสรรค์”
- จัดอบรมพ่อแม่ผู้ปกครองเรื่อง  “การเลี้ยงลูกให้มีความคิดสร้างสรรค์”

💕 โครงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อเสริมสร้างความเข็มแข็งของครอบครัว “บ้านล้อมรัก”
         ดำเนินการโดยสำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามยา เสพติด ภายใต้คำขวัญ “พลังครอบครัวไทย ชนะภัยยาเสพติด” เพื่อสร้างความเข้าใจบทบาทของพ่อแม่ ผู้ปกครองในการดูแลเอาใจใส่บุตรหลาน เพื่อให้ปลอดภัยและห่างไกลจากยาเสพติด โดยมีวิธีการประชาสัมพันธ์โครงการผ่าน 4 ช่องทางคือ
- ผ่านโทรทัศน์ในรูปแบบสารคดีและแทรกในรายการโทรทัศน์
- ผ่านสื่อวิทยุในรูปแบบสารคดีสั้น สปอตประชาสัมพันธ์ กิจกรรม และสัมภาษณ์
- สื่อสิ่งพิมพ์ ได้แก่ จดหมายข่าว โปสเตอร์ สติกเกอร์ เสื้อยืด เป็นต้น
- กิจกรรมส่งเสริมความรู้และความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัว เช่น เกม กีฬา เป็นต้น

โครงการ การให้ความรู้ผู้ปกครองในต่างประเทศ

💕 โครงการ ศูนย์ส่งเสริมประสบการณ์เด็กปฐมวัย ที่เรียกว่า ALEH  (Early Childhood Enrichment Center)
- สอนแม่ที่อายุยังน้อยให้รู้จักใช่สื่อ-อุปกรณ์ (ของเล่น) เกมการเล่นเพื่อพัฒนาเด็ก และถ้าเด็กมีปัญหาทางด้านพัฒนาการด้านร่างกายและสติปัญญาก็จะเสนอแนะให้รู้จักกับนักสังคมสงเคราะห์เพื่อรับฟังคำแนะนำ
- จัดกิจกรรมสอนให้แม่ทำของเล่นให้ลูกหรือคิดสร้างเกมการเล่นกับลูก
- ประสานงานกับคลินิกครอบครัวแม่และเด็ก จัดกิจกรรมเสนอแนะให้แม่ที่ไม่เคยมีเวลาว่างไปร่วมในศูนย์ ALEH เพื่อจัดกิจกรรมในข้อขั้นต้น

💕โครงการให้ความรู้ผู้ปกครองในประเทศสหรัฐอเมริกา
        เมื่อปี ค.ศ. 1930 สหรัฐอเมริกาได้ประสบปัญหาหลายอย่าง โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่มีผลกระทบต่อครอบครัว จึงได้มีการประชุมเรื่อง สุขภาพเด็กและแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยได้เสนอให้มีการจัดทำหลักสูตรการให้ความรู้ผู้ปกครองไว้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดการศึกษาระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษาของทุกรัฐ โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
- เพื่อให้เข้าใจพัฒนาการของเด็กแต่ละวัย รวมทั้งลักษณะของชีวิตครอบครัว
- ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับลักษณะและพฤติกรรมของเด็ก
- ได้อภิปรายเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมและประเพณีที่มีต่อชีวิตครอบครัว
- เพื่อให้เข้าใจลักษณะและจุดมุ่งหมายของการจัดการศึกษา

💕โครงการ Brooklyne Early Childhood
          เป็นโครงการที่ฝึกให้ผู้ปกครองเป็นครูในการสอนลูก  ดำเนินการโดย Brooklyne  Public School ซึ่งได้รับความร่วมมือจากศูนย์การแพทย์ในโรงพยาบาลเด็ก ในการจัดการศึกษาให้แก่ผู้ปกครอง โดยการจัดให้มีการตรวจสุขภาพเด็กเบื้องต้นเพื่อให้สามารถรักษาดูแลความเจ็บป่วย ความพิการหรือข้อบกพร่องต่างๆ ในระยะต้นได้ นอกจากนี้ยังให้ความรู้แก่ผู้ปกครองในการเลี้ยงดูเด็กอย่างถูกวิธี และวิธีการจัดการศึกษาให้แก่เด็กอายุ 2 ขวบขึ้นไป ด้วยการฝึกให้เด็กเล่นรวมกลุ่ม

💕 โครงการ บุ๊คสตาร์ทในประเทศอังกฤษ (Bookstart UK)
             โครงการ บุ๊คสตาร์ท หรือเรียกว่า “หนังสือเล่มแรก” ก่อตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศอังกฤษ เมื่อปี พ.ศ. 2535 โดย นางเวนดี้ คูลลิ่ง ภายใต้ บุ๊คทรัสต์ ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลที่มีจุดมุ่งหมายในการนำหนังสือสู่คน นำคนสู่หนังสือ
    นับเป็นโครงการแรกของโลกที่ว่าด้วยหนังสือสำหรับเด็กทารก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กทารกในอังกฤษทุกคนได้รับโอกาสและสนับสนุนให้พัฒนาความรู้สึกรักหนังสือและการอ่านไปตลอดชีวิต ด้วยการจัดสรรให้เด็กทารกทุกคนได้รับ “ถุงบุ๊คสตาร์ท”

“ถุงบุ๊คสตาร์ท”
ภายในถุงประกอบด้วย
- หนังสือที่ได้รับการคัดสรรแล้ว 2 เล่ม
- หนังสือแนะนำพ่อแม่ด้วยภาพเกี่ยวกับการเลี้ยงดูเด็กและโยงไปถึงการเลี้ยงดูด้วยหนังสือ
- ของชำร่วยสำหรับเด็ก เช่น ผ้ารองจานฯลฯ
- แผนที่แนะนำห้องสมุดแถวละแวกบ้าน
- บัตรสมาชิกห้องสมุดสำหรับเด็ก
- รายชื่อหนังสือสำหรับเด็ก
- รายชื่อศูนย์สนับสนุนคุณแม่เลี้ยงลูก



💗 คำถามท้ายบท
1. ในการดำเนินโครงการให้ความรู้แก่พ่อแม่ผู้ปกครองทั้งในและต่างประเทศมีเป้าหมายร่วมกันอย่างไร
ตอบ  การดำเนินโครงการให้ความรู้แก่พ่อแม่ผู้ปกครองทั้งในและต่างประเทศมีเป้าหมายร่วมกันในเรื่องของการพัฒนาเด็กตั้งแต่เด็กปฐมวัย ซึ่งมีความสำคัญยิ่ง เป็นวัยแห่งการเริ่มต้นที่ดีของชีวิต พ่อแม่ผู้ปกครองจึงต้องเป็นผู้ที่มีความพร้อมและมีคุณภาพในการดูแลเด็ก เพื่อให้เด็กได้เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของประเทศ

2. นักศึกษามีแนวคิดอย่างไรที่จะสนับสนุนให้โครงการการให้ความรู้ผู้ปกครองประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม จงอธิบาย
ตอบ  


3. ในฐานะที่นักศึกษาจะเป็นผู้ที่ให้ความรู้แก่พ่อแม่ผู้ปกครองเด็กปฐมวัยในอนาคต จงยกตัวอย่างขององค์ความรู้หรือเรื่องที่ต้องการจะถ่ายทอดให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองเพื่อใช้ในการเลี้ยงดูเด็ก มา 5 เรื่องพร้อมอธิบายและยกตัวอย่างประกอบ
ตอบ  เรื่องโภชนาการและอาหารสำหรับเด็กปฐมวัย จะให้ความรู้ในเรื่องของโภชนาการ ความสำคัญของโภชนาการและอาหารสำหรับเด็กปฐมวัย อาหารก่อนวัยเรียน อาหารต้องห้ามในวัยเด็ก  ตัวอย่างเช่น  โภชนาการสำหรับเด็กปฐมวัย   อาหารมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของร่างกายและพัฒนาการของสมอง หากภาวะโภชนาการบกพร่องจะนำไปสู่การชะงักของการเจริญเติบโตร่างกายแคระแกรน ภูมิคุ้มกันบกพร่องทำให้เจ็บป่วย เป็นต้น

4. การให้ความรู้ผู้ปกครองสามารถส่งผลต่อพฤติกรรมเด็กหรือไม่อย่างไร จงอธิบาย
ตอบ  


5. นักศึกษาจะมีวิธีในการติดตามผลการให้ความรู้ผู้ปกครองอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ  อาจมีแผ่นพับการให้ความรู้ผู้ปกครองหรือคู่มือให้ผู้ปกครองได้ศึกษา ทำความเข้าใจในเรื่องนั้นๆ จากนั้นสร้างแบบสอบถามในเรื่องนั้นๆว่าผู้ปกครองมีความรู้ ความเข้าใจมากน้อยเพียงใด

📷 ภาพกิจกรรมในห้องเรียน

อาจารย์สอนเรื่อง "โครงการการให้ความรู้ผู้ปกครองในและต่างประเทศ"


🌼 การประเมินผล
ประเมินอาจารย์ : อาจารย์เข้าสอนตรงต่อเวลา และให้ความรู้นักศึกษาดีค่ะ
ประเมินตนเอง  : เข้าเรียนตรงต่อเวลา แต่งกายเรียบร้อย ตั้งใจฟังอาจารย์ มีแอบคุยกับเพื่อนบ้างบางครั้ง ^^
ประเมินอาเพื่อน : เพื่อนๆตั้งใจเรียนดีค่ะ